Compare Listings

อานิสงส์‘พิษโควิด-ภาษีที่ดิน’ ดันคอมมูนิตี้มอลล์บูมรอบ6ปี

อานิสงส์‘พิษโควิด-ภาษีที่ดิน’ ดันคอมมูนิตี้มอลล์บูมรอบ6ปี

เอ็ดมันด์ ไต ชี้เทรนด์ “คอมมูนิตี้มอลล์” หวนบูมในรอบ 6 ปี หลังพิษโควิด-ภาษีที่ดิน หนุนแลนด์ลอร์ดพลิกแผนพัฒนาศูนย์การค้าขนาดเล็กชานเมืองรับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่เลี่ยงสถานที่แออัด แนวโน้มพัฒนาพื้นที่ค้าปลีก มิกซ์ยูส สแตนด์อโลน จุดพักรถ มาแรง

นางพรรณี ศรีธัญญลักษณา กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ และผู้อำนวยการ-แผนกศูนย์การค้า บริษัท เอ็ดมันด์ ไต แอนด์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดคอมมูนิตี้มอลล์ในกรุงเทพฯ ช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 นี้ มีอุปทานพื้นที่ให้เช่าสะสมทั้งสิ้น 542,892 ตารางเมตร โดยโครงการส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่นอกเมือง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนอยู่ที่ 64% ของพื้นที่เช่าทั้งหมด ส่วนพื้นที่เช่าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมือง หรือในตัวเมืองคิดเป็น 36% ของพื้นที่เช่าทั้งหมด

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในไทยตั้งแต่ปี 2563 ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันหรือพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป โดยการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อที่สูงนั้น ทำให้คนหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือในสถานที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก รวมทั้งในสถานที่ปิด และเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ทำให้คนเลือกซื้อของใช้ที่จำเป็นจากร้านค้าในโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ที่ใกล้บ้าน เนื่องจากเดินทางไม่ไกลจากบ้าน สะอาด จอดรถง่าย เมื่อลงจากรถก็สามารถเข้าถึงร้านค้าในโครงการเพื่อหาซื้อของกินของใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องใช้เวลานานในการจับจ่ายหรือแวะรับประทานอาหาร

ขณะที่เจ้าของกิจการและนักลงทุนมองเห็นถึงโอกาสจากการลงทุนพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์ ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบันของผู้บริโภคในช่วงที่ผู้คนต้องการความสะดวกในการจอดรถ ความรวดเร็วในการเข้าใช้บริการ และหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ปิด และมีคนแออัด จึงทำให้คอมมูนิตี้มอลล์ยังคงมี “โอกาส”ทางธุรกิจที่ดี รวมไปถึงการได้อานิสงส์จากมาตรการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่สนับสนุนให้มีการนำที่ดินมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากขึ้นนั้น ส่งผลให้นักลงทุนนำที่ดินมาพัฒนาเป็นคอมมูนิตี้มอลล์โครงการใหม่ๆ ซึ่งอุปทานใหม่ของคอมมูนิตี้มอลล์ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้นั้นยังคงอยู่บริเวณพื้นที่นอกเมืองเพิ่มมากขึ้นในรอบ 6 ปี ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมาถึงปี 2564

นางพรรณี กล่าวต่อว่า แนวโน้มการพัฒนาพื้นที่ค้าปลีกนั้น จะเป็นในรูปแบบของ โครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) ส่วนใหญ่อยู่ในเมือง ร้านค้าแบบสแตนด์อโลน รีเทล (Standalone Retail) อย่างร้านยูนิโคล่ ย่านพัฒนาการ หรือ กรุงเทพโซนตะวันออกเป็นย่านที่อยู่อาศัยที่มีกำลังซื้อสูง และ พื้นที่ค้าปลีกแนวราบ ในรูปแบบของจุดพักรถ (Rest Area) ซึ่งมีสถานีบริการน้ำมัน และพื้นที่ร้านค้าปลีกอยู่ในบริเวณเดียวกัน ที่มีจำนวนเพิ่มอย่างรวดเร็ว เนื่องจากต้นทุนการก่อสร้างถูกกว่าการสร้างแบบ 2 ชั้น และสามารถรองรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

View more >>>>

Related posts

อาคารสำนักงานแข่งเดือด อุปทานใหม่พุ่ง7แสนตร.ม.

เอ็ดมันด์ ไต...

Continue reading

ออฟฟิศ-ค้าปลีกยังแกร่ง บ้าน-คอนโดพร้อมฟื้นตัวรับมาตรการรัฐฯ

บริษัท เอ็ดมันด์ ไต แอนด์ คอมพานี...

Continue reading

The virus and Bangkok property

The outbreak of the coronavirus has affected the property market in Bangkok, in particular the...

Continue reading

Join The Discussion